ไอเอฟดีโพล เผย สภาพคนกรุงใช้ชีวิตอยู่ได้แต่ไม่ดีพอ ชี้ เมืองน่าอยู่ 12 ส. โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม.

ไอเอฟดีโพล เผย สภาพคนกรุงใช้ชีวิตอยู่ได้แต่ไม่ดีพอ ชี้ เมืองน่าอยู่ 12 ส. โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม.

ไอเอฟดีโพล เผย สภาพคนกรุงใช้ชีวิตอยู่ได้แต่ไม่ดีพอ ชี้ เมืองน่าอยู่ 12 ส. โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม.-ส่วนราชการอื่น”

ไอเอฟดีโพล เผย สภาพคนกรุงใช้ชีวิตอยู่ได้แต่ไม่ดีพอ ชี้ เมืองน่าอยู่ 12 ส. โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม.

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ โดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ และประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา พร้อมด้วยนางจิตติมา บุญวิทยา ผู้อำนวยการไอเอฟดีโพลและเซอร์เวย์ ได้แถลงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เมืองน่าอยู่ 12 ส. : โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม.-ส่วนราชการอื่น” โดยใช้กรอบ “โมเดลเมืองน่าอยู่ 12 ‍มิติ” หรือ Dr.Dan Can Do’s Livable City Model ของ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ที่ใช้เป็นกรอบการพัฒนากรุงเทพฯ มาตั้งแต่ 20 ปีก่อน การสำรวจครั้งนี้ ดำเนินการในกลุ่มตัวอย่าง 1,212 ราย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงวันที่ 16-21 มิถุนายน 2569 วิธีเก็บข้อมูลลงพื้นที่สัมภาษณ์ 10% ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และมีค่าความคลาดเคลื่อน ±3%

ผลสำรวจของไอเอฟดีโพลพบว่า ภาพรวมกรุงเทพฯ ในปัจจุบันเป็นเมืองที่ “พอใช้ชีวิตอยู่ได้” แต่ยังไม่ดีพอที่จะเป็นเมืองน่าอยู่ได้อย่างเต็มความหมาย โดยมิติที่เป็นทุนเดิมของเมืองซึ่งควรนำไปต่อยอด มี 4 มิติ ได้แก่ เมืองสะดวก เมืองสุขสัมพันธ์ เมืองสืบสานวัฒนธรรม และเมืองสุขอนามัย ส่วนมิติที่อยู่ในระดับวิกฤตและต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ เมืองสีขาว เมืองสุขจิต และเมืองสะอาด ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่และภารกิจสำคัญที่ฝากไว้ให้ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ รวมถึงส่วนราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันขับเคลื่อน มีรายละเอียดดังนี้

ไอเอฟดีโพล เผย สภาพคนกรุงใช้ชีวิตอยู่ได้แต่ไม่ดีพอ ชี้ เมืองน่าอยู่ 12 ส. โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม.

ภาพรวมความน่าอยู่: เมืองแค่ “พออยู่ได้” (ประชาชนให้คะแนน “ดี-ดีมาก” เกินครึ่งเล็กน้อย) ให้คะแนนดีถึงดีมาก 52.23%: สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ เกินครึ่งหนึ่งเล็กน้อยมองว่าเมืองนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีและใช้ชีวิตอยู่ได้ กลุ่มให้คะแนนปานกลางสูงถึง 43.73%: ชี้ให้เห็นว่าคนเกือบครึ่งเมืองยังแบ่งรับแบ่งสู้และรอดูทีท่าการเปลี่ยนแปลงของเมืองหลวง และกลุ่มที่ให้คะแนนต่ำมีเพียง 4.04%: ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยที่สุดในภาพรวมทั้งหมด

กลุ่มทุนเดิมของเมือง: 4 มิติสอบผ่าน (ประชาชนให้คะแนน “ดี-ดีมาก” เกิน 50%) คนกรุงเกินครึ่งเมืองพึงพอใจและมองว่าเป็นแต้มต่อของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ได้แก่

  • เมืองสะดวก (65.68% – สูงที่สุด): คนกรุงเทคะแนนบวกให้ระบบขนส่ง สาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ทางเท้า และการ‍เชื่อมต่อในชีวิตประจำวัน
  • เมืองสุขสัมพันธ์ (61.63%): สะท้อนว่าคนเมืองยังสัมผัสได้ถึงน้ำใจ ความไว้วางใจ การพึ่งพาอาศัย และระบบการ‍ช่วยเหลือดูแลกันภายในชุมชน
  • เมืองสืบสานวัฒนธรรม (52.23%): คนกรุงยังรับรู้และเห็นคุณค่าของทุนวัฒนธรรมดั้งเดิม ทั้งชุมชนเก่า วัด ตลาด อาหาร ย่านประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  • เมืองสุขอนามัย (51.90%): ประชาชนให้คะแนนบวกกับการดูแลสุขภาพ การเข้าถึงอาหารปลอดภัย และบริการพื้นฐานด้านสุขอนามัย
    กลุ่มวิกฤตเร่งด่วน: 3 มิติ (ประชาชนให้คะแนน “ดี-ดีมาก” ต่ำกว่า 35%) 3 แผลสดเชิงโครงสร้าง และเป็น Pain Point สำคัญที่ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขทันที ได้แก่
  • เมืองสีขาว (30.78% – ต่ำที่สุดรั้งท้าย): ชี้ชัดว่าคนกรุงขาดความไว้วางใจอย่างรุนแรงต่อระบบธรรมาภิบาล ความโปร่งใสตรวจสอบได้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • เมืองสุขจิต (33.75%): สะท้อนว่าเมืองในปัจจุบันยังสอบตกเรื่องการเติมเต็มความหวัง เป้าหมายชีวิต และการขาดพื้นที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม
  • เมืองสะอาด (34.57%): คนกรุงให้คะแนนบวกน้อย เพราะต้องทนเจอวิกฤตมลพิษ ขยะ ฝุ่น PM2.5 น้ำเสีย กลิ่นเหม็นจากคลอง และจุดสกปรกในพื้นที่สาธารณะอยู่ทุกวัน

ใหม่ อิทธิพันธ์ บัวทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตบรรณาธิการบริหารข่าวช่อง 8 RS mall หมายเลข 27 , อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ true4U ดิจิตอลทีวี, กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตผู้อำนวยการข่าว PostTV, อดีตบรรณาธิการข่าว TPBS อดีตรองผู้อำนวยฝ่ายข่าว TNN24 อดีตบรรณาธิการข่าวการเมืองสถานีข่าว TNN24 และASTV  อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์วัฏจักร