“ดร.แดน”แนะ 4 ข้อฝ่าวิกฤต ศก.ครึ่งปีหลัง เสี่ยงหนัก

“ดร.แดน”แนะ 4 ข้อฝ่าวิกฤต ศก.ครึ่งปีหลัง เสี่ยงหนัก

“ดร.แดน” ชี้ เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง เสี่ยงหนัก ต้องรับมือทั้งสภาวะชะลอตัวและเงินเฟ้อสูง แนะ 4 ข้อฝ่าวิกฤต

วันที่ 2 ก.ค. 2569 ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์(ดร.แดน) นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) วิเคราะห์ภาวะเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง 2569 ว่า วิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยผ่านราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง โดยหลายหน่วยงานได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP เหลือเพียงร้อยละ 1.2–1.4 ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจแตะร้อยละ5 ท่ามกลางข้อจำกัดของนโยบายเศรษฐกิจที่ต้องเลือกระหว่างการกระตุ้นการเติบโตกับการควบคุมเงินเฟ้อการทำความเข้าใจความเสี่ยง ข้อจำกัดของนโยบายเศรษฐกิจและแนวทางการปรับตัวของภาคธุรกิจจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับความไม่แน่นอนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

ดร.แดน วิเคราะห์เศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวจากแรงกดดันทั้งภายนอกและภายในประเทศ โดยความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน การนำเข้าพลังงานราคาแพงและผลกระทบต่อภาคเกษตร ยิ่งซ้ำเติมข้อจำกัดในการฟื้นตัว ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังมีความเปราะบาง ในระยะสั้น อีกด้านหนึ่ง ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อ และกระทบต่อสภาพคล่องของภาคธุรกิจ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่สามารถปรับราคา สินค้าได้ตามต้นทุน ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีโอกาสจากการลงทุน ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงการย้ายฐานการผลิต ของบริษัทข้ามชาติ ไปยังประเทศพันธมิตรที่มีความมั่นคง ทางภูมิรัฐศาสตร์ มากกว่า หากภาครัฐสามารถดึงดูดการลงทุน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ของประเทศในระยะยาว

ขณะที่ข้อจำกัดของนโยบายการเงินและการคลังนั้น ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และเงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการเงิน เนื่องจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเพิ่มภาระ ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่มีหนี้สูง ขณะที่การผ่อนคลายนโยบายการเงินมากเกินไป ก็อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อ ธปท. จึงเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมใช้มาตรการเฉพาะจุด เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน และประคับประคองเศรษฐกิจ ด้านนโยบายการคลัง รัฐบาลใช้งบกู้ 400,000 ล้านบาทเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการเยียวยาระยะสั้น และการลงทุนระยะยาวในพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว แม้มาตรการดังกล่าวอาจช่วยเพิ่ม GDP ได้เพียงร้อยละ 0.4–0.6 แต่ก็มีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความไม่แน่นอน ของเศรษฐกิจโลก ภาคธุรกิจยังจำเป็นต้องเร่งปรับตัว และบริหารความเสี่ยงควบคู่ไปกับมาตรการของภาครัฐ

ทั้งนี้ ดร.แดน มีข้อเสนอเชิงปฏิบัติสำหรับภาคธุรกิจ ว่า ในภาวะที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง ภาคธุรกิจไม่ควรรอให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่ควรปรับจากการตั้งรับไปสู่การบริหารความเสี่ยงเชิงรุก

ประการแรก ควรบริหารความเสี่ยงด้านราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน พร้อมกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ประการที่สอง ควรเร่งลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น ระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และพลังงานสะอาด เพื่อควบคุมต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ประการที่สาม ควรปรับพอร์ตธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว เช่น AI อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง อาหารแปรรูป พลังงานสะอาด และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

และประการสุดท้าย ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับ การบริหารสภาพคล่อง และการจัดทำแผนรองรับหลายสถานการณ์ (Scenario Planning) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายอาจชะลอตัว

“แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้ง ทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่ผันผวน และข้อจำกัดของนโยบายเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีโอกาสสร้างการเติบโตจากการลงทุน ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรการภาครัฐเพียงอย่างเดียว หากแต่ขึ้นอยู่กับ ความสามารถของภาคธุรกิจในการบริหารความเสี่ยง ปรับตัวอย่างรวดเร็ว และใช้ประโยชน์จากโอกาสใหม่ ๆ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เพื่อสร้างความมั่นคงและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าว.

ใหม่ อิทธิพันธ์ บัวทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตบรรณาธิการบริหารข่าวช่อง 8 RS mall หมายเลข 27 , อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ true4U ดิจิตอลทีวี, กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตผู้อำนวยการข่าว PostTV, อดีตบรรณาธิการข่าว TPBS อดีตรองผู้อำนวยฝ่ายข่าว TNN24 อดีตบรรณาธิการข่าวการเมืองสถานีข่าว TNN24 และASTV  อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์วัฏจักร