กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลุยกู้ชีพ “ปลาช่อนแม่ลา” บี้รื้อสิ่งกีดขวางน้ำ ชูไอเดีย Living Lab สู่เมืองสีเขียว นำร่อง “สิงห์บุรี แซนด์บ็อกซ์”
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่น ลำน้ำแม่ลาการ้อง จ.สิงห์บุรี อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยมีน.ส.บุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายบุญฤทธิ์ จำปาเงิน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจ.สิงห์บุรี น.ส.กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เข้าชี้แจง
น.ส.บุญธิดา กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำ ทำหน้าที่เป็น National Focal Point หรือผู้ประสานงานหลักระดับชาติของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยมีภารกิจหลักคือการปกป้อง ยับยั้งการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ และส่งเสริมพื้นที่ที่มีความโดดเด่นให้ขึ้นทะเบียนเป็น Ramsar Site โดยยึดหลัก Wise Use (การใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด) คือการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนา ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ Ramsar Site จำนวน 16 แห่ง โดยล่าสุดคือ “พื้นที่บางปู” (ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2568)
ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนด “คำนิยาม” ของพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ในกฎหมายไทยโดยตรง กรมฯ จึงต้องอ้างอิงคำนิยามจากอนุสัญญาแรมซาร์เป็นหลัก (ครอบคลุมถึง: พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่ม พื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ) โดยดำเนินการผ่าน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 โดยมีคณะอนุกรรมการจัดการทรัพยากรน้ำ (ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน) และคณะทำงานวิชาการพื้นที่ชุ่มน้ำ ช่วยขับเคลื่อน
สำหรับพื้นที่แม่ลาการ้อง จังหวัดสิงห์บุรี อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 (จังหวัดสระบุรี) โดยมีส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 1 (จังหวัดชัยนาท) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในพื้นที่ โดยพบสิ่งกีดขวางทางน้ำที่กระทบต่อระบบนิเวศ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น หลายตำบล/อำเภอที่ลำน้ำพาดผ่าน ยังขาดเอกภาพ โดยมีเป้าหมายต้องการผลักดันและยกระดับพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นที่มีความโดดเด่น ให้ขึ้นทะเบียนเป็นระดับชาติ นานาชาติ หรือ Ramsar Site ต่อไป
ด้านรศ.สุรศักดิ์ กังขาว อาจารย์ภาควิชาครุศาสตร์สถาปัตยกรรมและการออกแบบ สจล.ได้นำเสนอแนวคิดในการเปลี่ยนพื้นที่ลำแม่ลาให้เป็นพื้นที่วิจัยและพัฒนาที่ใช้งานได้จริง โดยเปลี่ยนลำแม่ลาให้เป็น “Living Lab” ดึงสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และชาวบ้านมาร่วมทำโครงการจริง ขับเคลื่อนสู่ “Green City” ด้วยเครือข่ายความร่วมมือระดับสากล
นายชีวะภาพ กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อนพื้นที่ชุ่มน้ำลำน้ำแม่ลาการ้องว่า โครงการขุดลอกและสร้างประตูปิดกั้นทางน้ำเมื่อกว่า 10 ปีก่อน เพื่อทำเป็นพื้นที่เพาะพันธุ์ปลาช่อน ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์! เพราะธรรมชาติของ “ปลาช่อนแม่ลา” ไม่เคยวางไข่ในบ่อปิด แต่ต้องว่ายทวนน้ำไปกัดรังวางไข่ตามกอหญ้า การสร้างฝายและถนนคันดินขวางลำน้ำ จึงเป็นการตัดขาดวงจรชีวิตสัตว์น้ำโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้การนำรถแบ็คโฮลงไปขุดลอกตลิ่งของกรมชลประทานในปีที่ผ่านมา ยังกวาดล้างพืชพรรณริมน้ำและ “จุดชมหิ่งห้อย” จนหายเกลี้ยง กระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างหนัก
ประธาน กมธ.สิ่งแวดล้อมฯ วุฒิสภา ได้เสนอขั้นเด็ดขาด ให้พิจารณาทุบและรื้อถอนถนนคันดินที่ขวางทางน้ำทิ้ง แล้วเปลี่ยนไปสร้าง “สะพานเชื่อม” แทน เพื่อให้น้ำไหลเวียนตามธรรมชาติ พร้อมแนะให้หน่วยงานพิจารณาใช้ “ฝายยาง” แทนโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ เพราะสามารถชะลอน้ำได้โดยไม่ทำลายระบบนิเวศ และปลาสามารถว่ายข้ามไปมาได้
สำหรับปัญหาใหญ่ที่พบคือ “ความทับซ้อน” และการขาดเอกภาพของหน่วยงานในพื้นที่ นายชีวะภาพ จึงขอให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เข้ามาเป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการการทำงานร่วมกับ กรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หาทางออกร่วมกัน เลิกทำงานแบบต่างคนต่างทำ และต้องมองภาพรวมการแก้ปัญหาระบบนิเวศทั้งระบบ (Holistic view) พร้อมเสนอให้รื้อทบทวนแผนงานและจัดสรรงบประมาณใหม่แบบบูรณาการ เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกัน ประธาน กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ (Flora & Fauna) ใหม่อีกครั้งอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการปกป้องพันธุ์พืชและสัตว์น้ำหายาก ก่อนเดินหน้าผลักดันยกระดับลำน้ำแม่ลาการ้อง ให้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Site) ระดับนานาชาติอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการมีกำหนดการจะจัดงานสัมมนาในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมโกลเด้นดราก้อน จ.สิงห์บุรี เพื่อขับเคลื่อนโครงการ “สิงห์บุรี Sandbox” เมืองคาร์บอนต่ำต่อไป.
กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา แนะรื้อถนนขวางลำน้ำแม่ลาฯ กู้ชีพปลาช่อน-หิ่งห้อย สทนช. นำทัพบูรณาการ ดันขึ้นพื้นที่ชุ่มน้ำโลก
วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่น ลำน้ำแม่ลาการ้อง จ.สิงห์บุรี อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ โดยมีน.ส.บุญธิดา เปล่งแสง รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ นางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นายบุญฤทธิ์ จำปาเงิน ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจ.สิงห์บุรี น.ส.กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เข้าชี้แจงที่อาคารรัฐสภา เมื่อวัน 18 ส.ค.69 ที่ผ่านมา

น.ส.บุญธิดา กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำ ทำหน้าที่เป็น National Focal Point หรือผู้ประสานงานหลักระดับชาติของอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยมีภารกิจหลักคือการปกป้อง ยับยั้งการสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ และส่งเสริมพื้นที่ที่มีความโดดเด่นให้ขึ้นทะเบียนเป็น Ramsar Site โดยยึดหลัก Wise Use (การใช้ประโยชน์อย่างชาญฉลาด) คือการอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนา ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ Ramsar Site จำนวน 16 แห่ง โดยล่าสุดคือ “พื้นที่บางปู” (ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี พ.ศ. 2568)

ประเทศไทยยังไม่มีการกำหนด “คำนิยาม” ของพื้นที่ชุ่มน้ำไว้ในกฎหมายไทยโดยตรง กรมฯ จึงต้องอ้างอิงคำนิยามจากอนุสัญญาแรมซาร์เป็นหลัก (ครอบคลุมถึง: พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่ลุ่ม พื้นแฉะ พื้นที่ฉ่ำน้ำ) โดยดำเนินการผ่าน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 โดยมีคณะอนุกรรมการจัดการทรัพยากรน้ำ (ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน) และคณะทำงานวิชาการพื้นที่ชุ่มน้ำ ช่วยขับเคลื่อน

สำหรับพื้นที่แม่ลาการ้อง จังหวัดสิงห์บุรี อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 (จังหวัดสระบุรี) โดยมีส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ 1 (จังหวัดชัยนาท) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในพื้นที่ โดยพบสิ่งกีดขวางทางน้ำที่กระทบต่อระบบนิเวศ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น หลายตำบล/อำเภอที่ลำน้ำพาดผ่าน ยังขาดเอกภาพ โดยมีเป้าหมายต้องการผลักดันและยกระดับพื้นที่ชุ่มน้ำระดับท้องถิ่นที่มีความโดดเด่น ให้ขึ้นทะเบียนเป็นระดับชาติ นานาชาติ หรือ Ramsar Site ต่อไป

ใหม่ อิทธิพันธ์ บัวทอง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตบรรณาธิการบริหารข่าวช่อง 8 RS mall หมายเลข 27 , อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ true4U ดิจิตอลทีวี, กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตผู้อำนวยการข่าว PostTV, อดีตบรรณาธิการข่าว TPBS อดีตรองผู้อำนวยฝ่ายข่าว TNN24 อดีตบรรณาธิการข่าวการเมืองสถานีข่าว TNN24 และASTV อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์วัฏจักร
