“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา บอกเล่าถึงการเดินทางในครั้งนี้ว่า การเดินทางผมได้รับเชิญจากทางการภูฏานให้นำคณะนักธุรกิจอาหารไทยสำเร็จรูป ผู้ประกอบธุรกิจร้านขายยาและคณะผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย คณาจารย์ นักวิชาการจากสถาบันการศึกษา จำนวน280คน มาจากเชียงใหม่ ลำพูน อุดร ภูเก็ต ระยอง จันทบุรี กรุงเทพฯ เหมาเครื่องบินเต็ม2 ลำบินมาเยือนภูฏาน ระหว่างวันที่ 20-21มิ.ย.69

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

เพื่อจัดงานเทศกาลสินค้าและบริการระหว่างภูฏาน-ไทย ครั้งแรก หลังมีความตกลง FTA ราชอาณาจักรไทย-ราชอาณาจักรภูฏาน

ในแต่ละกิจกรรมที่คณะของไทยได้รับการต้อนรับ ล้วนเกี่ยวกับความผูกพันระหว่างราชวงศ์อย่างน่าประทับใจยิ่ง

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

นสพ.ท้องถิ่นที่ลงตีพิมพ์ภาพของเจ้าฟ้า”ภาฯ” มีวางในทุกล็อบบี้โรงแรม ในทุกเคานเตอร์สายการบิน ต่อด้วยนสพ.วันถัดๆมาลงข่าวการเสด็จของสมเด็จพระราชาธิบดีภูฏานและพระราชินีเสด็จมายังราชอาณาจักรไทยเพื่อร่วมในการพระราชพิธีสวดพระพิธีธรรมร่วมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระราชินีและเจ้านายในพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

คณะเดินทางฝ่ายไทยที่มาเยือนได้รับการต้อนรับที่สนามบินโดยพระสงฆ์อาวุโสของธิเบตได้รับอนุญาตให้ได้เข้าไปจุดเทียนเนยถวาย พระพุทธรูปสำคัญในพระอุโบสถในพระบรมมหาราชวังที่นครทิมพู
รวมทั้งอนุญาตให้คณะไทยทั้งเกือบ300คนลงนั่งสวดมนต์ถวายชัยมงคลแด่พระราชวงศ์ของทั้งสองแผ่นดิน ภายในพระอุโบสถในเขตพระราชฐานของภูฏานเป็นเวลายาวนาน โดยมีคณะสงฆ์ฝ่ายภูฏาน(ซึ่งเป็นวัชรญาน ต่างจากมหายานในจีน)มาช่วยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดกิจกรรม

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

ที่พระอุโบสถนี้คือสถานที่เดียวกันกับที่พระราชาธิบดีและพระราชวงศ์นัมเกล วังชุก ใช้เป็นสถานที่จุดเทียนเนย (คือเทียนที่ใช้เนยแท้เป็นไข)ในการจุดถวายความอาลัยตามประกาศสำนักพระราชวังของไทยในทุกคราวที่มีประกาศการเสด็จสวรรคต การประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระราชวงศ์ฝ่ายไทย

นับเป็นการยืนยันความผูกพันระดับสูงสุดของพระราชวงศ์จากราชอาณาจักรภูฐานต่อพระราชวงศ์ของไทย

บรรยากาศการเยือนครั้งนี้สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกบินใกล้จะถึงเมืองพาโร เพราะนักบินประกาศในระหว่งลดระดับเพดานเครื่องบินก่อนลงสู่สนามบินว่านี่คือโอกาสที่ผู้โดยสารจะได้เห็นเทือกเขาหิมาลัยในระดับใกล้ชิดมาก เมฒลอยมาชนภูเขาไม่ขาดสาย โตรกผาแก่งธารต่างๆถูกมองเห็นชัด

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

หลายยอดเขาของภูฏานยังเป็นยอดที่ไม่เคยมีมนุษย์ขึ้นมาไต่เพื่อพิชิตความสูง เพราะตั้งแต่อดีต รัฐบาลภูฏานก็ห้ามมิให้ผู้ใดขึ้นเขาไปสูงกว่าระดับ6พันเมตรแบบเด็ดขาด

ทีเเรกผมนึกว่าคงเพราะมีธรรมเนียมความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขา..ซึ่งผู้ให้ข้อมูลชี้ว่านั่นเป็นคำอธิบายหนึ่งแต่สาเหตุแท้จริงมาจากเรื่องต้องการรักษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำมิให้ถูกรบกวนแบบเด็ดขาด จากเหตุการณ์ย้อนไปเมื่อราวปี1994
ภูฏานเคยมีประสบการณ์ที่นักไต่เขายกคณะขึ้นไปในคศ.1994 แล้วคงได้ไปทำให้ตะกอนหรืออะไรบนที่สูงทลายออกมา ทำให้ในน้ำที่ลงเขามาปนเปื้อนเป็นเหตุให้ปศุสัตว์ที่อยู่ตอนล่างลงไปล้มตาย จากนั้นทางการจึงกำหนดห้ามผู้ใดขึ้นปีนป่ายสูงเกิน6พันเมตร

ปัจจุบันทางการภูฏานได้ยกระดับข้อห้ามไปไกลกว่านั้นแล้วครับ โดยการแบนการปีนเขาแบบ 100% ในทุกระดับความสูงเสียเลย

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)

​หากย้อนดูเส้นทางกฎหมายและการจัดการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของภูฏาน จะมีลำดับเหตุการณ์ที่น่าสนใจดังนี้ครับ

​ปี 1994 (พ.ศ. 2537): ทางการภูฏานได้ออกประกาศห้ามปีนเขาที่มีความสูงเกิน 6,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลอย่างเด็ดขาด เนื่องจากชาวภูฏานมีความเชื่อตามหลักพุทธศาสนาและจิตวิญญาณท้องถิ่นว่า ยอดเขาสูงเป็นที่สถิตของเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การขึ้นไปเหยียบย่ำจึงถือเป็นการลบหลู่และอาจนำภัยพิบัติมาสู่ชุมชนด้านล่าง
​ปี 2003 (พ.ศ. 2546): ภูฏานได้ประกาศยกระดับเป็น “ห้ามปีนเขา (Mountaineering) ทุกประเภทและทุกความสูง” ทั่วประเทศ เพื่อเหตุผลด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความปลอดภัย
​ด้วยกฎหมายนี้เอง ทำให้ยอดเขา Gangkhar Puensum ซึ่งมีความสูง 7,570 เมตร และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูฏาน ครองตำแหน่ง “ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกที่ยังไม่เคยมีใครพิชิตได้” (World’s Highest Unclimbed Mountain) มาจนถึงปัจจุบันครับ

“วีระศักดิ์”เยือนภูฏาน(1)


​อย่างไรก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป สายลุย และผู้ที่รักธรรมชาติ ทางการภูฏานยังคงอนุญาตให้ทำกิจกรรมประเภท High-Altitude Trekking หรือการเดินเขาตามเส้นทางเทรลธรรมชาติได้ตามปกติ (แม้เส้นทางนั้นจะตัดผ่านช่องเขาที่สูง 4,000–5,000 เมตรก็ตาม) เช่น เส้นทาง Snowman Trek ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่ทรหดที่สุดในโลก แต่มีข้อแม้ชัดเจนว่าเป็นการเดินตามเส้นทางราบและช่องเขา ไม่ใช่การปีนสู่ยอดเขา (Summit) ครับ

ใหม่ อิทธิพันธ์ บัวทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตบรรณาธิการบริหารข่าวช่อง 8 RS mall หมายเลข 27 , อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ true4U ดิจิตอลทีวี, กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตผู้อำนวยการข่าว PostTV, อดีตบรรณาธิการข่าว TPBS อดีตรองผู้อำนวยฝ่ายข่าว TNN24 อดีตบรรณาธิการข่าวการเมืองสถานีข่าว TNN24 และASTV  อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์วัฏจักร