“ยศชนัน” ลุยขับเคลื่อน “ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี” สู่ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพของภูมิภาค ยกระดับศักยภาพไทย ต่อยอดเศรษฐกิจสุขภาพครบวงจร

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบนโยบายในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี (Yothi Medical Innovation District: YMID) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี และขับเคลื่อน ศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ของประเทศไทย (Thailand Medical Innovation Hub) ให้เป็นระบบนิเวศนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่เชื่อมโยงตั้งแต่งานวิจัย เทคโนโลยี ผู้ประกอบการ การลงทุน ไปจนถึงการนำไปใช้ประโยชน์จริง โดยมี นายแพทย์สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานกรรมการ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) กรรมการและเลขานุการร่วม นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว. และ ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวง อว. เข้าร่วม ณ ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้ แนวทางสำคัญในการประชุม คือการยกระดับ YMID ให้เป็น “แพลตฟอร์มนวัตกรรมแบบเปิด” (Open Innovation Platform) ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้โจทย์ทางการแพทย์ ผ่านการเปิดรับข้อเสนอและแนวคิด (Open Call) เพื่อเร่งการพัฒนาและนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกการลงทุนและการต่อยอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการเทคโนโลยีและสตาร์ตอัปกับแหล่งทุนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณาการจัดตั้ง บริษัทโฮลดิ้ง เพื่อรองรับการร่วมลงทุนและนำเทคโนโลยีจาก YMID ไปพัฒนาเป็นธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนา พื้นที่ทดสอบนวัตกรรมภายใต้กรอบกำกับดูแล (Regulatory Sandbox) และการวิจัยและทดสอบทางคลินิก (Clinical Trial) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทดสอบและพัฒนาเครื่องมือแพทย์ ยา และเทคโนโลยีสุขภาพ ตลอดจนดึงดูดบริษัทชั้นนำระดับโลกเข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และดำเนินการทดสอบทางคลินิกในประเทศไทย
อีกประเด็นสำคัญ คือการขยายขอบเขตจาก “เศรษฐกิจการแพทย์” (Medical Economy) ไปสู่ “เศรษฐกิจสุขภาพและอาหาร” (Wellness & Food Economy) ครอบคลุมทั้งธุรกิจด้านสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาวะ อาหารฟังก์ชัน และอาหารแห่งอนาคต พร้อมเชื่อมโยงศักยภาพของพื้นที่โดยรอบ อาทิ ย่านอารีย์ และย่านจุฬาฯ–สยาม เพื่อสร้างเครือข่ายพื้นที่สนับสนุนทั้งด้านนวัตกรรม การดำเนินธุรกิจ และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
สำหรับทิศทางการดำเนินงานระยะต่อไป จะจัดทำแผนปฏิบัติการที่ครอบคลุมทั้ง พื้นที่ดำเนินงาน ข้อมูล และกรอบการกำกับดูแล พร้อมเร่งจัดหาพื้นที่ทำงานร่วมกันสำหรับผู้ประกอบการและสตาร์ตอัป เพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศนวัตกรรมสุขภาพ รวมถึงผลักดันแนวคิด “ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ระดับโลก” (Global Medical Excellence) เพื่อดึงดูดผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ
ภายในที่ประชุมยังมีการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์ของประเทศไทยและย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี อาทิ โครงการ YMID Osscentric: พื้นที่ทดสอบนวัตกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ โครงการนำร่องการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ในโรงพยาบาลรัฐ 100 แห่ง และการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสาธารณประโยชน์ (SYNAPSE MedAI Ecosystem) รวมถึงความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานในย่านนวัตกรรมโยธี
การขับเคลื่อน YMID จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม การแพทย์ และภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพจากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง และต่อยอดสู่ธุรกิจที่สร้างมูลค่าให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว
