หวั่นอดตาย-หนี้ท่วม! “สว.ประหยัด” ลุยสางปมป่าไม้ไล่ที่ชาวลาหู่ ดันตั้งทีมฟื้นฟูร่วม คืนรอยยิ้มคนอยู่กับป่า

“สว.ประหยัด” ลุกขึ้นเป็นกระบอกเสียงสะท้อนความทุกข์ระทมของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ 12 ชุมชน ใน จ.เชียงใหม่ ที่กำลังตกอยู่ในภาวะหวาดผวาอย่างหนัก ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าพื้นที่ไปเก็บเกี่ยวข้าวคาทุ่ง หลังเจอคำสั่งฟ้าผ่าจากป่าไม้ให้รื้อถอนที่ทำกินกว่า 7 พันไร่ วอน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เร่งยื่นมือซับน้ำตา เบรกคำสั่งด่วน พร้อมกาง 3 ข้อเสนอทางออกร่วมกันแบบสันติวิธี หวังคืนสิทธิทำกินควบคู่การอนุรักษ์ป่าอย่างยั่งยืน!

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเรื่องร้องเรียนสุดรันทดจาก “สภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย” เข้าหารือต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนแสนสาหัสของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ 12 ชุมชน ในพื้นที่ ต.แม่ทะลบ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

สว.ประหยัด ฉายภาพต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ได้ออกคำสั่งถึง 8 ฉบับ บังคับให้ผู้ที่ครอบครองพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง ออกจากพื้นที่ พร้อมสั่งรื้อถอนพืชผลอาสินและสิ่งปลูกสร้าง ครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 7,028 ไร่ ซึ่งพื้นที่นี้ปะปนกันระหว่างที่ทำกินดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ และพื้นที่บุกรุกของบุคคลภายนอกชุมชนจำนวน 258 ไร่

สว.ประหยัด ระบุด้วยความห่วงใยว่า ขณะนี้ชาวบ้านตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก กลัวว่าจะถูกจับกุมดำเนินคดี จนไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไปดูแลพืชผลทางการเกษตรที่กำลังจะถึงฤดูเก็บเกี่ยว ผลที่ตามมาคือหายนะของครอบครัว ชาวบ้านจะขาดแคลนทั้งข้าวไว้บริโภคและอาหารสัตว์ ไม่มีผลผลิตไปประกอบพิธีกรรมตามประเพณี นำไปสู่การก่อหนี้สินพอกพูน เกิดภาวะเครียดสะสม และลุกลามเป็นปัญหาสุขภาพและปัญหาสังคมในที่สุด ที่สำคัญ การกระทำดังกล่าวยังเป็นความเสี่ยงที่จะพรากสิทธิที่พวกเขาพึงได้รับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 อีกด้วย


เพื่อเป็นการดับไฟความขัดแย้งและหาทางออกร่วมกันอย่างยั่งยืน สว.ประหยัด จึงขอความเมตตาส่งข้อเสนอ 3 ประการ ผ่านประธานวุฒิสภาไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อโปรดพิจารณาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดังนี้


ขอให้พิจารณายกเลิกคำสั่ง ของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ทั้ง 8 คำสั่ง เพื่อลดความตึงเครียดในพื้นที่และบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน

ตั้งคณะทำงานร่วมรังวัดแนวเขต ขอให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่ ตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วย ตัวแทนราชการ, ตัวแทนชาติพันธุ์ และสภาคุ้มครองฯ เพื่อสำรวจรังวัดแยกแยะพื้นที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน และป่าชุมชนให้ชัดเจน นำไปสู่การรับรองสิทธิการจัดการพื้นที่ตามกฎหมาย

ผนึกกำลังฟื้นฟูป่า ขอให้ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างชุมชน, กลุ่มใช้น้ำ, คณะสงฆ์, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และราชการ เข้ามาจัดการพื้นที่ที่มีการบุกรุกหลังปี 2557 และพื้นที่ของบุคคลภายนอก โดยร่วมกันปลูกป่าและดูแลรักษาป่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณชน

งานนี้ สว.ประหยัด ขอทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจ ประสานสิบทิศระหว่างหน่วยงานรัฐและชาวบ้าน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินชีวิตวิถีชาติพันธุ์สามารถเดินควบคู่กันไปได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน