เดิมพันปากท้องชาวกะเหรี่ยง! “สว.จำลอง” เปิดแผลถนนขึ้นเขาพังยับ วอนรัฐบาล-ทช.-อุทยานฯ ลุยสร้างทางมาตรฐาน ดันท่องเที่ยวเชิงนิเวศเต็มสูบ

พิษฝนถล่ม-น้ำป่าซัดถนนขึ้น “บ้านตะเพินคี่” พังยับเยิน ตัดขาดชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงกว่า 300 ชีวิตออกจากโลกภายนอก ซ้ำเติมพืชผลเศรษฐกิจตัวท็อปทั้งทุเรียนด่านช้าง-อะโวคาโด จ่อชะงักส่งลงเขาไม่ได้ “สว.จำลอง อนันตสุข” ต้องลุกขึ้นเป็นกระบอกเสียงกลางที่ประชุมวุฒิสภา ชื่นชมทีมเจ้าหน้าที่ลุยฝ่าวิกฤตส่งเสบียงช่วยชาวบ้านทันควัน พร้อมชงไอเดียเด็ดรัฐบาล “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” ทุ่มงบอัปเกรดถนน 13 กม. สู่ “ยอดเขาเทวดา” และพัฒนาเส้นทางรอบ “อ่างเก็บน้ำลำตะเพิน” ปลุกเพชรเม็ดงามแห่งด่านช้างให้ผงาดเป็นสวรรค์นักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำความเดือดร้อนแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนเข้าหารือในที่ประชุมวุฒิสภา หลังเกิดวิกฤตฝนตกหนักและอุทกภัยพัดถล่มพื้นที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี จนสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเส้นทางคมนาคมสายหลักที่ใช้ขึ้น-ลงเขาระหว่างพื้นที่ด้านล่างกับ “หมู่บ้านตะเพินคี่” หมู่ที่ 5 ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

สว.จำลอง ระบุว่า ความรุนแรงของมวลน้ำส่งผลให้ถนนชำรุดพังทลายจนชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ ทำให้ราษฎรชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงดั้งเดิมที่อาศัยอยู่กลางหุบเขากว่า 300 ชีวิต ต้องตกอยู่ในสภาพถูกตัดขาด! ที่น่าห่วงไปกว่านั้นคือ เส้นทางสายนี้เป็นดั่ง “เส้นเลือดใหญ่” ที่ใช้ลำเลียงพืชผลทางการเกษตรมูลค่าสูงลงสู่ตลาดด้านล่าง ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด, มันสำปะหลัง, สะตอ รวมไปถึงของดีเกรดพรีเมียมอย่าง “อะโวคาโด และทุเรียนด่านช้าง” ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันทันที

ทั้งนี้ สว.จำลอง ได้กล่าวชื่นชมการบูรณาการขั้นสุดยอดของ องค์การบริหารส่วนตำบลวังยาว, กรมทางหลวงชนบท, หน่วยงานป่าไม้ และอุทยานแห่งชาติ ที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน ผนึกกำลังกันลำเลียงเสบียงอาหารฝ่าเส้นทางวิบากเข้าไปช่วยเหลือราษฎรทั้ง 300 ชีวิตได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งเร่งมือปรับปรุงซ่อมแซมเส้นทางในเบื้องต้นเพื่อเปิดทางให้พอสัญจรได้ชั่วคราว

แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายังไม่เพียงพอ! งานนี้ สว.จำลอง จึงได้กางวิสัยทัศน์เสนอแนวคิด “พลิกวิกฤตเป็นโอกาส” กลางสภาสูง เพื่อเปลี่ยนรอยแผลจากภัยธรรมชาติให้กลายเป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยชี้ให้เห็นว่า พื้นที่อำเภอด่านช้างเปรียบเสมือน “เพชรเม็ดงาม” ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีศักยภาพสูงมาก

ไฮไลต์สำคัญคือ “ยอดเขาเทวดา” ภายในอุทยานแห่งชาติพุเตย ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในภาคกลาง อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นจุดชมทะเลหมอกยามเช้าและลานกางเต็นท์สุดฮิตที่ตั้งอยู่บนผืนป่ารอยต่อ 3 จังหวัด (สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี) แนบชิดแนวป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวร ผสานกับเสน่ห์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านตะเพินคี่ นอกจากนี้ยังมี “อ่างเก็บน้ำลำตะเพิน” ต.องค์พระ แหล่งน้ำขนาดมหึมาความจุกว่า 5,000 ไร่ ที่มีทัศนียภาพงดงามจับใจและอากาศบริสุทธิ์

“เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวบ้าน ผมขอเรียกร้องและฝากข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมทางหลวงชนบท และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้โปรดพิจารณาจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางขึ้นยอดเขาเทวดา ระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ให้เป็นถนนที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย รวมถึงพัฒนาเส้นทางรอบอ่างเก็บน้ำลำตะเพินเพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างตำบล ซึ่งสิ่งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยขนส่งพืชผลเกษตรกรให้รอดพ้นวิกฤต แต่จะช่วยปั้นให้อำเภอด่านช้างกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยว ดึงเม็ดเงินกระจายสู่ชุมชน และทำให้พื้นที่แห่งนี้ไม่ต้องเงียบเหงาอีกต่อไป!” สว.จำลอง กล่าว.