“สว.ประหยัด” สมาชิกวุฒิสภาเชียงใหม่ ออกโรงอุ้ม 4 องค์กรใหญ่ หอบเสียงค้านจาก 39 เครือข่ายภาคประชาชน ทุบโต๊ะค้านแหลก “ร่างกฎหมาย 4 ฉบับ” ของค่ายพรรคภูมิใจไทย ที่จ่อรื้อโครงสร้างดึงเงิน “ภาษีบาป” กลับเข้าคลังแล้วให้ไปรอเบิกงบประมาณประจำปีแทน ซัดแหลกทำลายความมั่นคง ตัดท่อน้ำเลี้ยง สสส.-กีฬา-ผู้สูงอายุ แถมปล้นความเป็นอิสระสื่อสาธารณะ Thai PBS จี้นายกฯ สั่งเบรกด่วน หวั่นขัดรัฐธรรมนูญทำสังคมพังยับ!

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการลุกขึ้นตั้งข้อหารือในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา กรณีการคัดค้านร่างกฎหมาย 4 ฉบับ ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสาระสำคัญคือการ “ยกเลิก” การเรียกเก็บเงินบำรุงจากอุตสาหกรรมสุราและยาสูบ (ภาษีบาป) แล้วให้เปลี่ยนไปรับการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน โดยพุ่งเป้าไปที่ 4 องค์กรหลัก ได้แก่ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS), กองทุนผู้สูงอายุ และการกีฬาแห่งประเทศไทย
งานนี้ สว.ประหยัด ไม่ได้มามือเปล่า แต่พกเสียงสะท้อนความเดือดร้อนจาก เครือข่ายภาคประชาสังคมจังหวัดเชียงใหม่ถึง 39 องค์กร ที่รวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างหัวชนฝา เพราะห่วงใยผลกระทบระดับซูเปอร์สึนามิที่จะตามมา
“หากปล่อยให้ร่างกฎหมายนี้ผ่าน จะทำให้ทั้ง 4 องค์กรขาดหลักประกันด้านงบประมาณที่แน่นอนและต่อเนื่อง กระทบชิ่งโดยตรงต่องานสร้างเสริมสุขภาวะ การช่วยเหลือผู้สูงอายุ และการพัฒนากีฬาของชาติ ที่ร้ายแรงที่สุดคือการสูญเสียพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบ และบ่อนทำลายความเป็นอิสระในการดำเนินงานขององค์กร โดยเฉพาะ Thai PBS ในฐานะสื่อสาธารณะที่ต้องปลอดจากการถูกครอบงำ” สว.ประหยัด ระบุ
นอกจากนี้ สว.ประหยัด ยังงัดข้อกฎหมายและยุทธศาสตร์ชาติมาสู้ โดยชี้ให้เห็นว่า ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ สวนทางกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลก็ทำผลงานด้านทุนทางสังคมได้ต่ำกว่าเป้าหมายอยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องวิเคราะห์ผลกระทบอย่างรอบด้านตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 77 และ พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายฯ ปี 2562 อย่างเคร่งครัด
ในตอนท้าย สว.เชียงใหม่ ได้ยื่นข้อเสนอเด็ดขาด ส่งตรงถึง นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนและ “ระงับ” การเสนอร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ทันที ตามเสียงเรียกร้องและผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย พร้อมจี้ให้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาผลกระทบให้ถ่องแท้ ทั้งในมิติการสนับสนุนภาคประชาสังคม การเพิ่มขีดความสามารถชุมชน และการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้โครงสร้างสังคมต้องพังทลายไปมากกว่านี้!

