นายกรัฐมนตรีชมรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าผลิตโดยคนไทยจากรถโดยสาร ขสมก. ยกระดับความก้าวหน้ายานยนต์ไฟฟ้าไทย

นายกรัฐมนตรีชมรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าผลิตโดยคนไทยจากรถโดยสาร ขสมก. ยกระดับความก้าวหน้ายานยนต์ไฟฟ้าไทยวันนี้ (29 ก.ย. 63) ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล  นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่า  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรมก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี  โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี  มอบหนังสือมีค่าให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และห้องสมุดประชาชนทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสครบ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ  ซึ่งหนังสือมีค่าเหล่านี้จะได้นำไปบริจาคให้แก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และห้องสมุดประชาชน ของสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ทั่วประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพูดคุยกับเด็กนักเรียนจากโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนถึงความสำคัญของการอ่านว่า  “หนังสือ” เป็นสิ่งมีชีวิต การอ่านจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการหาประสบการณ์ เพราะเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้และประสบการณ์ของผู้เขียนไปให้ผู้อ่าน ช่วยสร้างแรงบันดาลแตกต่างจากการข้อมูลในโลกออนไลน์ หนังสือทุกประเภทมีความสำคัญทั้งวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และความรู้รอบตัว ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการศึกษาด้วย โดยชุดหนังสือ  ที่นายกรัฐมนตรีร่วมมอบให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ได้แก่ ผจญภัยในอวกาศ   What? & Why ? วิทยาศาสตร์น่าทึ่ง  100 เรื่อง เรียน รู้ ก่อนโต ประวัติศาสตร์ และชุดทดสอบ (Quiz)วิทยาศาสตร์ ฉลาดรู้  เป็นต้น

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมตัวอย่างรถโดยสารจาก “การพัฒนาต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้า โครงการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. (City transit E-buses)” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และภาคเอกชน 4  บริษัท ได้แก่ บริษัท พานทอง กลการ จำกัด บริษัท โชคนำชัย-ไฮเทคเพลสซิ่ง จำกัด บริษัท รถไฟฟ้า ประเทศไทย จำกัด และ บริษัท สบายมอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยพัฒนารถประจำทางที่หมดอายุการใช้งานมาดัดแปลง เป็นรถโดยสารไฟฟ้าต้นแบบ ขนาด 12 เมตร จำนวน 4 คัน มีความเร็วสูงสุดต่อเนื่อง 80 – 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานจริง

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชม การพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสาร ขสมก. ที่สามารถใช้ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมภายในประเทศเกือบทั้งหมดช่วยสนับสนุนระบบ Supply Chain สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถโดยสารส่วนตัว นายกรัฐมนตรียังได้แนะนำการปรับปรุงระบบเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับน้ำมันมาตรฐานยุโรป  ยูโร 5 และยูโร 6  ระบบการซ่อมบำรุง และชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องยนต์  หากในอนาคตสามารถพัฒนารถโดยสารทั้งหมดเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าได้ก็จะจัดหางบประมาณเพื่อจัดซื้อ จัดจ้าง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นประโยชน์ 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวในช่วงท้ายเปรียบเทียบการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า  EV (Electric Vehicle) ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี  ประเทศไทยก็เช่นเดียวกันอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน มีความก้าวหน้าในหลายด้าน รัฐบาลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม  พร้อมๆไปกับการดูแลประชาชนทุกกลุ่ม  โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการเดินหน้าประเทศร่วมกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง