วอนคืนกำไรสู่ชายขอบ! “สว.กัลยา” กางงบ กสทช. กำไรพุ่ง จี้กระจายสู่พื้นที่ทุรกันดาร ปลดแอกความจนแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดลำพูน ลุกขึ้นอภิปรายสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนในระหว่างการประชุมวุฒิสภาว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ยังคงติดหล่มความยากจนอันดับหนึ่งของประเทศ แต่กลับถูกทอดทิ้งให้อยู่ในมุมมืดของเทคโนโลยีการสื่อสาร จนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่อย่างแสนสาหัส โดยจากการรับฟังข้อมูลสำนักงบประมาณวุฒิสภา ตนเห็นพ้องอย่างยิ่งที่รัฐควรจัดสรรงบประมาณลงไปยังพื้นที่ที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุดเป็นลำดับแรก โดยนิยามคนจนคือผู้มีรายได้ต่ำกว่า 3,078 บาทต่อเดือน ซึ่งข้อมูลปี 2567 พบว่า “จังหวัดแม่ฮ่องสอน” ครองแชมป์อันดับ 1 ของประเทศที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุด และหากย้อนสถิติไปตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา
สว.กัลยา ยังกล่าวถึงเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่ทำให้ต้องสะเทือนใจว่า ประชาชนชาวแม่ฮ่องสอนต้องใช้ชีวิตอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพรด้วยความยากลำบาก รายได้ไม่พอยังชีพ ซ้ำร้ายในยามฤดูมรสุมต้องเผชิญกับมหันตภัยดินสไลด์ น้ำป่าซัด ทางขาด บ้านเรือนพังทลาย หลายชีวิตต้องสังเวยอย่างน่าเวทนา เพราะการช่วยเหลือจากทางการเข้าไปไม่ทันท่วงที ด้วยเหตุผลง่ายๆ แต่โหดร้ายคือ “พื้นที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต” ทำให้ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง

แม้ฝ่ายปกครอง ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้นำท้องถิ่น จะพยายามยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอให้ติดตั้งเสาสัญญาณเข้าช่วยเหลือ แต่กลับได้รับคำตอบที่น่าเจ็บปวด โดย กสทช. ปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า “พื้นที่ห่างไกล เข้าถึงยากลำบาก”

สว.กัลยา ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งว่า กสทช. มีรายได้ในปี 2568 เติบโตแบบก้าวกระโดดสูงถึง 49,930.56 ล้านบาท ทั้งจากค่าประมูลคลื่นความถี่และค่าธรรมเนียมใบอนุญาต เมื่อมีรายได้และกำไรมหาศาลเช่นนี้ กสทช. จึงควรนำเงินมาทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคและกระจายความเท่าเทียม ไม่ใช่ทอดทิ้งพื้นที่ยากจน
ขณะเดียวกัน แม้รัฐบาลจะมีความตั้งใจดีในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการสงเคราะห์ต่างๆ รวมถึงการออก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท มีโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือสิทธิ์คนละครึ่งพลัส แต่ความหวังเหล่านี้กลับกลายเป็นภาพลวงตาสำหรับคนบนดอย เพราะเมื่อไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ชาวบ้านก็กดลงทะเบียนไม่ได้ เข้าไม่ถึงสวัสดิการรัฐแม้แต่บาทเดียว ซ้ำร้ายลูกหลานก็หมดสิทธิ์เข้าถึงการศึกษาทางไกล ขาดโอกาสที่จะลืมตาอ้าปาก
“ดิฉันขอเสนอผ่านท่านประธานสภาฯ ไปยัง กสทช. ขอให้ทบทวนมติที่ไม่ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้กับพี่น้องชาวแม่ฮ่องสอน รัฐบาลควรดูแลจังหวัดที่จนที่สุดก่อนเป็นลำดับแรก ในเมื่อชาวบ้านเขายังเดินทางเข้าไปได้ในหน้าแล้ง เจ้าหน้าที่ กสทช. ก็ต้องทำได้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน” สว.กัลยา กล่าวทิ้งท้ายอย่างจับใจกลางที่ประชุม

