สะเทือนวงการยุติธรรม! อธิบดีอัยการทุจริตฯไม่ทน หอบ หลักฐาน รุดแจ้งความอดีตอธิบดีฯ อ้างชื่อ ’บิ๊กเต่า-ผู้การแป๊ะ‘ เคลียร์คดีผอ.กองช่าง-พวกตบทรัพย์แลกใบอนุญาตสร้างร้านอาหาร

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้นำหลักฐานสำคัญเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กก.4 บก.ปปป.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตอธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 หรือ “อธิบดี ส.” เมื่อวันที่ 19 พ.ค.69 ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากในช่วงระหว่างวันที่ 29 กันยายน 2568 ถึงกลางเดือนมกราคม 2569 “อธิบดี ส.” ได้พยายามติดต่ออธิบดีอัยการคนปัจจุบัน เพื่อขอให้ช่วยเหลือสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาในกลุ่มผู้ต้องหาคดีทุจริตเรียกรับสินบน
สำหรับคดีต้นเรื่องดังกล่าว เป็นคดีดังเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. นำโดย “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ได้เปิดปฏิบัติการซ้อนแผนจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายบุญนิธิ ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลตำบลสันผีเสื้อ (ผู้ต้องหาที่ 1) นายทัญเทพ (ผู้ต้องหาที่ 2) นายเอกชัย เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ (ผู้ต้องหาที่ 3)
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินฯ โดยมิชอบ หลังร่วมกันเรียกรับเงินสินบนจากผู้ประกอบการร้านอาหารในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ รวมเป็นเงินกว่า 226,000 บาท เพื่อแลกกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหาร
รายงานระบุว่า “อธิบดี ส.” ได้เสนอเงินจำนวน 400,000 บาท ให้แก่อธิบดีอัยการคนปัจจุบัน เพื่อขอให้สั่งไม่ฟ้องเฉพาะผู้ต้องหาที่ 2 และผู้ต้องหาที่ 3 แต่อธิบดีคนปัจจุบันปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว และได้ดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 คนตามกฎหมายอาญา มาตรา 149, 157, 83, 86 พร้อมส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2568 ทว่าหลังจาก “อธิบดี ส.” ทราบว่าคดีถูกสั่งฟ้องไปแล้ว ได้โทรศัพท์มาหาอธิบดีคนปัจจุบันอีกครั้ง โดยพยายามโน้มน้าวและกล่าวอ้างว่า ได้ทำการ “เคลียร์” กับ ผบช.ก., “บิ๊กเต่า” (พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว) และ “ผู้การแป๊ะ” (พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย) รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 เรียบร้อยแล้ว อ้างว่าฝั่งตำรวจจะไม่แย้งคำสั่งฟ้อง และจะดึงสำนวนกลับมาให้สั่งไม่ฟ้องได้ โดยย้ำว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ 400,000 บาท
อย่างไรก็ตาม อธิบดีอัยการภาค 5 คนปัจจุบันไม่ได้ทำตามคำเรียกร้อง และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่มีการตกลง หรือเคลียร์คดีตามที่ “อธิบดี ส.” กล่าวอ้างแต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นการแอบอ้างหน่วยงานและผู้บังคับบัญชาระดับสูงโดยมิชอบการกระทำของ “อธิบดี ส.” ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการ รวมถึงความเสียหายต่อชื่อเสียงของ ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ และ พล.ต.ต.ธวัชชัย ซึ่งเป็นชุดจับกุมมาตั้งแต่ต้น อธิบดีอัยการภาค 5 จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป


ใหม่ อิทธิพันธ์ บัวทอง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตบรรณาธิการบริหารข่าวช่อง 8 RS mall หมายเลข 27 , อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ true4U ดิจิตอลทีวี, กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตผู้อำนวยการข่าว PostTV, อดีตบรรณาธิการข่าว TPBS อดีตรองผู้อำนวยฝ่ายข่าว TNN24 อดีตบรรณาธิการข่าวการเมืองสถานีข่าว TNN24 และASTV อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์วัฏจักร
