“ผึ้ง” สัตว์สังคมที่เราต้องเรียนรู้ในภาวะโควิด19 ในขณะที่มนุษย์กำลังวุ่นอยู่กับการลงทุนหาวัคซีนต้านไวรัส ในห้องทดลองกว่า200แห่งทั่วโลก

ตกลงผึ้งเลียนแบบแย่ๆจากสังคมมนุษย์หรือมนุษย์ควรเรียนรู้เรื่องดีๆจากผึ้งก็ไม่ทราบล่ะ

แต่เราอาจต้องเรียนรู้จากอิสราเอลที่กำลังเรียนรู้จากผึ้งกันอีกทีในท่ามกลางความชุลมุนเรื่องโควิด19จริงๆ

ที่แน่ๆตอนนี้ กรุณาเริ่มทำกันได้เลย คือ คิดถึงสิ่งแวดล้อม ลดใช้สารเคมี ลดการปล่อยไอเสีย ลดการทำลายป่า รักษาต้นไม้ให้ดีๆ  และคิดถึงผึ้ง(ที่มีปีกบินได้)ทุกเช้าที่ตื่นนอนกันนะครับ…#วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

ผึ้ง:สัตว์สังคมที่เราต้องเรียนรู้ในภาวะโควิด19
ในขณะที่มนุษย์กำลังวุ่นอยู่กับการลงทุนหาวัคซีนต้านไวรัส
ในห้องทดลองกว่า200แห่งทั่วโลก

แม้ยังหาไม่เจอ แต่ประเด็นสนทนาเรื่องนี้มักจะวนเวียนอยู่กับเรื่อง ถ้าหาสูตรวัคซีนเจอ ความรู้นี้ต้องเปิดเผยให้เป็นสมบัติและความรู้สาธารณะหรือไม่

เรื่องนี้อารมณ์เกือบจะคล้าย compulsory licensing หรือ CL ยาต้านโรคเอดส์

หรือถ้าหาวัคซีนพบจากสารตั้งต้นที่มีอยู่ในครอบครองของบางประเทศเท่านั้นแล้ว โลกควรมีสิทธิเข้าถึงวัตถุดิบนั้นกันอย่างไร

และถ้าผลิตวัคซีนได้เป็นจำนวนไม่มากเท่าที่ต้องใช้กับคน7พันล้านคน

เราควรมีวิธีจัดการกับวัคซีนอันมีอยู่จำกัดนั้นด้วยวิธีใด

เงินอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแน่ แต่เงินคงเป็นคำตอบที่ถูกนำมาใช้เป็นกรณีแรก และคงมีใครต่อใครเสนอเงินตอบแทนที่สูงขึ้นๆ คู่ขนานกับเส้นทางแห่งการแย่งชิงไป

อาวุธและการใช้กำลังเข้ายุดแย่งและคุ้มกันวัคซีนก็คงมาบ่อยพอๆกับเงิน

วัคซีนปลอมคงถูกผลิตกันออกมาอย่างหลากหลาย และเข้าปะปนในตลาดอย่างรวดเร็ว

นี่คือสังคมมนุษย์ ที่เมื่อมีภัยมา มีโอกาสมา มนุษย์ก็จะทำอย่างนี้กับแทบจะทุกเรื่อง

เงินและอำนาจ ตลอดถึงกำลังรบ เป็นปัจจัยตัดสินเสมอมา

จะแย่งดินแดน จะแย่ง rare earth จะแย่งความเป็นเจ้าของอาวุธนิวเคลียร์ จะแย่งน้ำมัน ตลอดถึงจะแย่งหน้ากากอนามัยและเครื่องช่วยหายใจ

ก็แบบนี้

เดือนพฤษภาคม ปี2020 ที่ผ่านมา

อิสราเอลหันมาศึกษาว่าในเมื่อโลกทั้งใบถูกไวรัสโควิด19คุกคามถ้วนทั่วแล้วอาการของมนุษยชาติก็คงจะตอบสนองประมาณที่ผมเขียนสาธยายมาอย่างข้างต้นนี่แหละ

อิสราเอลทำเกษตรน้ำหยดมานานมากกว่าใคร ใช้วิทยาศาสตร์มาผสมกับการจัดการการเกษตรกลางทะเลทราย ทำระบบชลประทานโดยท่อจนปลูกไม้ดอกไม้ประดับส่งยุโรป!
เลี้ยงปลาค้อด ปลาแซลมอน ในถังน้ำพลาสติคเพื่อส่งขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปอเมริกา
ปลูกส้ม ปลูกมัน ปลูกผัก ส่งออก

แต่ทั้งหมดนี้ อิสราเอลก็ใช้ผึ้งผสมเกษรตัวผู้ตัวเมีย ไม่ได้ต่างจากพื้นที่เพาะปลูกหรือป่าในที่อื่นของโลกอยู่ดี ผึ้งเป็นผู้ผสมเกสรกว่า3ใน4ของการติดผลในโลกนี้

โดยมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้งที่คอยสนับสนุนพื้นที่เกษตร เพราะชาวสวนก็ชอบที่จะได้การผสมเกสรแล้วติดเป็นดอกเพื่อออกเป็นผล

คนเลี้ยงผึ้งก็ได้ผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เช่นน้ำผึ้ง ขี้ผึ้ง และสารสกัดต่างๆ
แต่ในสหรัฐ ค่านำรถบรรทุกขนผึ้งไปปล่อยในฟารม์เพาะปลูกใหญ่ๆ ได้ราคาดีกว่าเก็บน้ำผึ้งขายอย่างมาก

บางช่วงในอดีต จีนและสหรัฐซึ่งเป็นทั้งผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก มีผึ้งในประเทศไม่พอใช้งาน ถึงกับต้องนำเข้าผึ้งจากต่างประเทศมาร่วมปฏิบัติการชั่วครั้งชั่วคราวอยู่บ่อย

แต่พอโควิดระบาด การปิดพรมแดนใส่มนุษย์จึงเท่ากับปิดพรมแดนใส่ผึ้งผสมเกสรที่เพาะเลี้ยงไว้ด้วย

ผลผลิตของการเกษตรจากบางแหล่งผลิตของโลกอาจถดถอยอย่างที่ไม่เคยคาดกันมาก่อน

ในศตวรรษที่ผ่านมา ควันไอเสียจากเครื่องจักรเครื่องยนต์ การใช้ยากำจัดศัตรูพืช สารเคมีการเษตร ไฟป่าจากมือมนุษย์ได้ทำลายผึ้งไปโดยไม่ตั้งใจ และจากไปอย่างเงียบๆในทุกทวีป

อิสราเอลพบว่าปริมาณผึ้งของโลกในทุกทวีปลดลงใกล้จะถึง40%

และเข้าใจดีว่า ถ้านักผสมเกสรดอกไม้มืออาชีพที่สั่งสมทักษะมานับล้านปีจะหายไป

อะไรจะเกิดขึ้นกับวงการเพาะปลูก อันเป็นต้นธารของระบบอาหารทั้งปวง

ต่อให้โลกมีน้ำดิบที่สะอาดใช้กันเหลือเฟือได้

แต่พืชส่วนมากก็จะไม่อาจขยายพันธ์ตัวเองได้ ถ้าไม่ถูกผสมเกษร

มีที่ผสมจากลมพัดพา หรือจากฝีมือสัตว์อื่น

แต่เทียบแชมป์อย่างผึ้งไม่มีทางทาบติด

จริงอยู่ว่าถ้าไม่มีพืชผัก ตลาดอาจบอกว่าให้กินเห็ดแทน แต่เห็ดก็ทดแทนพืชไม่ได้ในแง่วิตามิน

และถ้าไม่มีหญ้า ไม่มีพืช ปศุสัตว์ทั้งหลายก็ไปต่อไม่ได้เช่นกันอยู่ดี

ถ้าไม่มีธัญพืช ไม่มีปศุสัตว์ ไม่มีผักหญ้า ไม่มีผลไม้

แล้วมนุษยชาติและสัตว์บกทุกชนิด จะอยู่กันต่อได้กี่นาน

อัลเบิรต์ ไอนสไตน์เคยกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

ถ้าผึ้งหมดจากโลกนี้ไปวันใด อีกหกปีต่อมา มนุษย์ก็จะหายไปหมดตามไป

มนุษย์อาจจับสัตว์น้ำมากินแทนได้อีกระยะ แต่การประมงเกินขนาดและการปล่อยให้สารพิษตลอดจนขยะและไมโครบีทของพลาสติคที่เริ่มย่อยสลายไปในห่วงโซ่อาหารแพร่กระจายอย่างหนักในทะเลและแหล่งน้ำ ก็จะย้อนกลับมาเล่นงานมนุษย์อยู่ดี

อิสราเอลจึงหันมาทำการศึกษาผึ้งครับ

ผึ้งเป็นสัตว์สังคมเหมือนมนุษย์
ขยันขันแข็ง
แบ่งบทแบ่งหน้าที่
แต่ธำรงเป้าหมายใหญ่เดียวกัน
สามัคคีไม่มีแก่งแย่ง
ไม่มีผึ้งที่ยกพวกตีกันระหว่างรัง
ไม่มีการปิดรังทำปฏิวัติยึดอำนาจ
ไม่มีการปราศรัยทำแผนใต้ดิน
ไม่มีการขังใครไว้ในตะราง
และไม่มีการสะสมสมบัติส่วนตัว
ผึ้งตัวหนึ่งมีวงจรชีวิตที่ราว21วัน

ในเมืองไทย มีการใช้รังผึ้งมาแปะแขวนเป็นช่วงๆ เรียงกันไปไว้ใกล้กับแนวเขตป่าที่ช้างป่ามักออกมาลุยสวนผลไม้หรือพืชไร่

เพราะเสียงหึ่งของผึ้งเป็นฝูงโต เป็นเสียงที่ช้างทั้งโขลงรู้โดยสัญชาตญาณ ว่า …อย่าแหยม!!

มนุษย์เรียนเรื่องผึ้งมาตั้งแต่ประถมปลายกัน แต่ดูมนุษย์จะยังไม่เลียนแบบผึ้งกันมากเท่าที่ได้เรียนเรื่องผึ้ง

เมษายนปีนี้ แล้ปในสหรัฐกำลังสนใจพิษจากเหล็กในผึ้ง ซึ่งร้ายแรงและมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของแอนติบอดี้ในตัวมนุษย์และเหยื่อให้ทำงานอย่างดุเดือด ว่าพิษนี้จะสามารถนำมาใช้อะไรกับการต่อสู้กับโควิด19ได้อีกบ้าง

อิสราเอลอธิบายว่า ผึ้งที่ได้กินแต่น้ำหวานดอกไม้จากเกษตรแปลงเดี่ยว ปลูกแต่พืชอย่างเดิมๆไปนานเข้า สุขภาพของตัวผึ้งจะเริ่มลดแรงต้านทานต่อสิ่งแปลกปลอมเช่น ทนต่ออากาศที่เปลี่ยนแปลงได้น้อยลง ทนเชื้อโรคและต่อสู้กับไวรัสที่โจมตีได้น้อยลง

ในทางกลับกัน ถ้าผึ้งรังไหนได้รับน้ำหวานจากพืชพันธุ์หลากหลาย สุขภาพทั้งรังก็จะดี

อิสราเอลพบว่าในหนึ่งรัง จะมีผึ้งที่แหวกเหล่าอยู่เช่นกัน

มีตัวที่ไม่ขยัน เป็นโรค และขาดวินัยความรับผิดชอบ คล้ายมนุษย์ก็มี

แต่ผึ้งรังก็ไม่ได้ขับมันออกไป ไม่ขังมันไว้ แต่ดูจะมีวิธีบริหารทางสังคมเพื่อรักษาสุขภาวะของส่วนที่เหลือของรังอย่างน่าสนใจ

อิสราเอลติดตั้งกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋ว มีคอมพิวเตอร์ AI คอยวิเคราะห์พฤติกรรมผึ้งทั้งรังว่ามีพัฒนาการอะไรต่อภัยคุกคาม เพื่อนำมาถอดเป็นความรู้ให้คิดและเข้าใจตาม

รวมทั้งพยายามดูว่าโดวิด19 จะทำให้ผึ้งป่วยหรือไม่ และถ้ามันเป็นตัวรับเชื้อแล้วบินกลับรัง แล้วรังเริ่มรู้การติดเชื้อ ระบบของรังจะตอบสนองอย่างไร

ถ้าผึ้งรับหรือสัมผัสกับเชื้อโควิด19 แล้วมันจะมิกลายเป็นผู้ช่วยแพร่กระจายเชื้อให้เดินทางไกลขึ้นหรือ?

แล้วแมลงต่างๆก็เป็นพาหะได้ด้วยหรือเปล่า เช่นแมลงวันที่ตอมอาหาร!!

ชักเหงื่อตกแล้วใช่มั้ยครับ?

ผึ้งเป็นสัตว์สังคม มันไม่มีระบบsocial distancing ไม่มีหน้ากาก แต่มันล้างมือไม้ ทำความสะอาดตัวมันสม่ำเสมอ

แต่ต้องเข้าใจว่าผึ้งหากินกลางวันแล้วกลับมาอยู่รังดูทีวีเข้านอนด้วยกันทุกคืน

ข้อค้นพบใหม่จากรายงานข่าวของอิสราเอลบอกว่า ผึ้งที่ไม่สบายถูกแอบพาโดยพวกของมันไปลักลอบหลบสายตาของผึ้งยาม รังใกล้ๆเพื่อเข้านอนที่อีกรังในแถวนั้นอย่างขาดความรับผิดชอบ!!!

ในขณะเดียวกัน ผึ้งที่รับรู้ว่ามีผึ้งป่วยอยู่ใกล้บริเวณ ก็เริ่มมีการสัมผัสตัวกันและกันน้อยลง จนAI จับสังเกตได้!!!

ตกลงผึ้งเลียนแบบแย่ๆจากสังคมมนุษย์หรือมนุษย์ควรเรียนรู้เรื่องดีๆจากผึ้งก็ไม่ทราบล่ะ

แต่เราอาจต้องเรียนรู้จากอิสราเอลที่กำลังเรียนรู้จากผึ้งกันอีกทีในท่ามกลางความชุลมุนเรื่องโควิด19จริงๆ

ที่แน่ๆตอนนี้ กรุณาเริ่มทำกันได้เลย คือ คิดถึงสิ่งแวดล้อม ลดใช้สารเคมี ลดการปล่อยไอเสีย ลดการทำลายป่า รักษาต้นไม้ให้ดีๆ

และคิดถึงผึ้ง(ที่มีปีกบินได้)ทุกเช้าที่ตื่นนอนกันนะครับ…

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์

กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ของวุฒิสภา

12 กรกฎาคม 2020

บทความที่เกี่ยวข้อง