กมธ.วิสามัญงบฯปี 70 สว. ชี้ท่องเที่ยวทำเงินมหาศาล แต่งบฯกระจิ๋วหลิว “สว.จำลอง” จี้ปลดล็อกตั้งกระทรวงอิสระ หวั่นตกเป็นเบี้ยล่างวัฒนธรรม

วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา (กมธ.วิสามัญงบปี 70 สว.) เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวม 15,061.61 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 ร้อยละ 9.111 ขณะที่เป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวปี 2570 ตั้งไว้สูงถึง 3 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าผลการดำเนินงานจริงในปี 2568 ถึง 2.71 ล้านล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเฉพาะงบประมาณด้านกีฬาดังนี้
กรมพลศึกษาได้รับจัดสรรงบประมาณ 627.2095 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 142.3349 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 18.50
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติได้รับการจัดสรรงบประมาณ 1,716.8420 บาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 137.0476 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.39
การกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับการจัดสรรงบประมาณ 3,445.7438 บาท ลดลงจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 316.3701 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.41

โดยมีนางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายวีรศักดิ์ วิศาลาภรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เข้าชี้แจงเมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 ที่ผ่านมา

นายจำลอง อนันตสุข รองประธานและโฆษกคณะกมธ.ท่องเที่ยวกีฬา วุฒิสภา ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ในแต่ละปีการท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศสูงถึงประมาณ 300,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 10-15% ของรายได้ทั้งหมด ทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่หาเงินเข้าประเทศได้สูงมาก แต่กลับได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2570 เพียง “15,000 กว่าล้านบาท” เท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องใช้ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและจัดอีเวนต์ระดับประเทศ

นายจำลอง ระบุถึงกรณีแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวที่ต้องไปอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมว่า การท่องเที่ยวครอบคลุมหลายมิติ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การกีฬา และสุขภาพ จึงไม่ควรถูกจำกัดให้อยู่แค่เรื่องวัฒนธรรมอย่างเดียว
ขณะที่สว.ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า หากเป็นไปได้ การท่องเที่ยวควรมีสถานะเทียบเท่าหรือเป็นหน่วยงานอิสระระดับกระทรวง เนื่องจากต้องดำเนินกิจการและเชื่อมโยงกับทั่วโลก ไม่ควรถูกผูกขาดหรือจำกัดอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว แม้แต่การท่องเที่ยวเองก็ยังต้องเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และดันการท่องเที่ยวเมืองรองเพื่อกระจายรายได้ลดความเหลื่อมล้ำ
ในส่วนของภารกิจด้านกีฬา ซึ่งประกอบด้วย กรมพลศึกษา มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายจำลองระบุว่า งบประมาณด้านกีฬาที่ลดลงทำให้ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันอย่างหนักเพื่อขับเคลื่อนงานวิชาการ ส่งเสริมผู้ตัดสิน และพัฒนาบุคลากร พร้อมเน้นย้ำว่ากีฬาต้องแยกตัวออกมาสร้างโครงสร้างให้แข็งแกร่ง ผลักดันให้เป็นอาชีพและสร้างผลผลิตทางเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการพัฒนาลานกีฬาในชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและแก้ปัญหายาเสพติด
สว.จำลอง ได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงความท้าทายในงบปี 2570 ว่า แม้งบประมาณจะลดลง แต่ทุกหน่วยงานต้องเค้นศักยภาพและวัดความสามารถในการบริหารจัดการ เพื่อประคับประคองให้ทั้งภาคการท่องเที่ยวและการกีฬาของไทยเดินหน้าแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งต่อไป
ทั้งนี้คณะกรรมาธิการเน้นย้ำให้การจัดสรรงบประมาณมุ่งพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงการแข่งขันระดับนานาชาติ พร้อมสนับสนุนการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและการวิจัย เพื่อยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทย รวมถึงการลงทุนพัฒนาลานกีฬาและพื้นที่ออกกำลังกายในชุมชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพของประชาชน สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และใช้กีฬาเป็นเครื่องมือป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน

ใหม่ อิทธิพันธ์ บัวทอง
ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตบรรณาธิการบริหารข่าวช่อง 8 RS mall หมายเลข 27 , อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ true4U ดิจิตอลทีวี, กรรมการสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย อดีตผู้อำนวยการข่าว PostTV, อดีตบรรณาธิการข่าว TPBS อดีตรองผู้อำนวยฝ่ายข่าว TNN24 อดีตบรรณาธิการข่าวการเมืองสถานีข่าว TNN24 และASTV อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์วัฏจักร
