“ประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล” สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายสะท้อนภาพความยากลำบากแสนสาหัสของพี่น้องชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง นำความทุกข์ระทมจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนตีแผ่กลางวุฒิสภา แฉวิกฤต “ป่าทับที่” แช่แข็งความเจริญบีบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นอัมพาตกว่า 50 แห่ง โครงการพัฒนาถนนหนทางถูกแช่แข็งกว่า 6,743 โครงการ วอนรัฐบาลและ 3 รัฐมนตรีบูรณาการด่วน คืนสิทธิขั้นพื้นฐานเพื่อต่อลมหายใจให้ชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สว.เชียงใหม่ ได้นำเรื่องร้องเรียนจากโครงการ สว.พบประชาชนภาคเหนือตอนบน เข้าหารือในที่ประชุมวุฒิสภาว่า ชาวแม่ฮ่องสอน อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงถึงร้อยละ 98 ซึ่งถูกประกาศเป็นเขตป่าทับซ้อน และประชากรร้อยละ 80 เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานมาก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ โดยผลกระทบที่ตามมาคือ อปท. ในแม่ฮ่องสอนถึง 50 แห่ง ไม่สามารถเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานกว่า 6,743 โครงการได้ หมู่บ้านจำนวนมากไร้ถนนคอนกรีตหรือทางลาดยาง เมื่อถึงฤดูฝนถนนถูกตัดขาดจากดินโคลนถล่ม กลายเป็นนาทีชีวิตที่ชาวบ้าน ทหารพราน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ต้องเสี่ยงตายหามผู้ป่วยหนักเดินเท้าฝ่าดินโคลน และนำลงเรือล่องแม่น้ำสาละวินเพื่อไปส่งโรงพยาบาลชุมชน
“การไม่อนุญาตให้พัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ขัดกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ชัดเจน ที่ระบุว่ารัฐต้องดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง และยังไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 มาตรา 12 ที่รับรองสิทธิการเข้าถึงสาธารณูปโภคของชาติพันธุ์อย่างเสมอภาคและเป็นธรรม” สว.ประหยัด ระบุ

เพื่อหาทางออกอย่างยืดหยุ่นและเป็นรูปธรรม สว.ประหยัด ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ประการ ส่งตรงถึงรัฐบาลให้เร่งคลายล็อกความทุกข์ของประชาชน ได้แก่
วอนนายกรัฐมนตรี ทบทวนและยกเลิกมติ ครม. 23 มิถุนายน 2563 และเร่งออกพระราชกฤษฎีกาหรือใช้อำนาจบริหาร สั่งการผ่อนผันให้ อปท. ในแม่ฮ่องสอนและภาคเหนือตอนบน สามารถดำเนินการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคได้
ขอให้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เร่งพิจารณาผ่อนผันการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ตามที่ อบต.แม่สามแลบ ยื่นขอไปจำนวน 55 รายการ
ขอให้ รมว.มหาดไทย (มท.) ติดตามการขอรับงบอุดหนุนเฉพาะกิจ (เงินเหลือจ่ายปี 2569) เพื่อทำถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 โครงการเร่งด่วนให้ อบต.แม่สามแลบ เนื่องจากคำของบประมาณปี 2570 ที่เสนอไปถึง 9 โครงการ ถูกปัดตกตัดทิ้งไปทั้งหมด
ถือเป็นการอภิปรายที่สะท้อนภาพความจริงอันโหดร้ายของพี่น้องบนพื้นที่สูง พร้อมชี้ช่องทางออกทางกฎหมายให้รัฐบาล เร่งบูรณาการแก้ไขเพื่อซับน้ำตาและคืนคุณภาพชีวิตให้คนบนดอยอย่างเร่งด่วน

