รศ.สุขุม มองเปิดตัว ‘แพทองธาร’ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พลังน้อย คนยังมองว่า แลนด์สไลด์เพื่อพา “ทักษิณ” กลับบ้าน 

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ความเห็นถึงความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยในการเปิดตัวหัวหน้าครอบครัวซึ่งเป็นทายาทของนายทักษิณ ชิสวัตร นรายการ เจาะลึกทั่วไทย inside thailand โดยมองว่า การแตกออกไปของพรรคไทยสร้างไทย การแตกออกไปของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หากมองในแง่อุดมการณ์เรียกได้ว่าพรรคถอยหลัง เห็นแต่นักการเมืองที่จับผิดมาเป็นตัวหลักแทนที่จะเสนอนโยบายใหม่ ๆ จึงมองว่าทางพรรคเพื่อไทยชูเรื่องอารมณ์เป็นหลักให้ประชาชนมีอารมณ์ร่วม เช่นการยกเรื่องครอบครัวมาชู

“จนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยดิ้นไม่หลุดจากการที่ “นายทักษิณ ชินวัตร” กลับบ้าน  ตัวอย่างเช่นแลนด์สไลด์เพื่ออะไร เพื่อกลับบ้าน อยากจะกลับเมื่อไหร่ถาม “อุ๊งอิ๊ง” โดยให้เธอเป็นสัญลักษณ์ว่า ถ้าได้รับความนิยมเท่าไหร่การกลับบ้านก็จะมีโอกาสมากขึ้น” รศ.สุขุม กล่าว

รศ.สุขุม ยังระบุด้วยว่า  วันนี้ต้องยอมรับว่า รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำโดยไม่สามารถบริหารงานให้เป็นที่ประทับใจของผู้คนได้ แต่ในเวลาเดียวกันมองไปที่เพื่อไทยก็ไม่เห็นความหวังในเรื่องของนโยบายเลย ไม่เหมือนครั้งที่รุ่งโรจน์สมัยไทยรักไทย ที่เป็นนโยบายที่ทันสมัย

แต่ขณะนี้ส่วนตัวมองว่านโยบายพรรคก้าวไกลจะกินใจคนรุ่นใหม่มากกว่า เพราะมีวิธีการทำงานมุ่งเน้นไปที่ทีมงานนโยบายไม่เคยเห็นพูดว่าทำอย่างไรให้นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กลับมาเล่นการเมือง การออกงานของ “อุ๊งอิ๊ง” ครั้งนี้ยังมีพลังน้อย เพราะอาจจะตอบอะไรมากไม่ได้ แม้กระทั่งคำถามที่ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่

เมื่อถามว่าหลายคนเป็นห่วงว่าเสน่ห์ของ “อุ๊งอิ๊ง” อาจมีไม่เท่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และพลังไม่เท่า “นายทักษิณ รศ.สุขุม มองว่าการเดินไปข้างหน้าโดยไม่ใช่อำนาจตัดสินใจของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องลำบาก ซึ่งเมื่อขึ้นมาจะกลายเป็นหมายเลขหนึ่งที่เป็นเป้าและถือว่าหนักสำหรับคนที่ไม่เคยลงเลือกตั้งมาก่อน

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค และ แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้า #ครอบครัวเพื่อไทย พร้อมสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชนพร้อมเยี่ยมชมการย้อมผ้าไหมด้วยสีจากกลีบดอกบัวและการทอผ้าโบราณของกลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี พร้อมร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของชาวอีสาน

การย้อมผ้าฝ้ายและผ้าไหมโบราณของกลุ่มทอผ้าบ้านโบราณบ้านโนนกอก มีวิธีการย้อมเย็นด้วยกลีบดอกบัวสด ที่ให้สีชมพูหรือสีม่วง และการย้อมร้อนที่ให้สีน้ำตาลทอง สีเทาเงิน และสีย้อมจากบัวแดงจะเป็นสีธรรมชาติ ติดทนนานกับผ้าฝ้ายและผ้าไหม สีไม่ตก และผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์ของสถาบันอุตสาหกรรมสิ่งทอ

การย้อมผ้าด้วยสีกลีบบัวสด เป็นการต่อยอดเพิ่มมูลค่าจากวิทยานิพนธ์ ของ อภิชาต พลบัวไข ที่ได้นำก้านและกลีบของดอกบัวแดงที่มีมากในทะเลบัวแดง หรือ หนองหานกุมภวาปี มาใช้ในการย้อมสีผ้าฝ้ายและผ้าไหม โดยใช้การทอด้วยกี่โบราณ คือการใช้เครื่องทอผ้าแบบเท้าเหยียบโดยช่างฝีมือระดับประเทศ จึงมีความประณีต มีสีสันตามธรรมชาติสวยงาม และถ้าเป็นผ้าไหมจะมีราคาสูงถึงผืนละแสนกว่าบาท  จากการเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าโบราณ พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะศึกษาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับรายได้ให้ชุมชนต่อไป

ก่อนหน้านี้แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมและหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ปราศรัยในวันเปิดตัวครอบครัวเพื่อไทย โดยระบุว่า “คุณพ่อก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ตั้งแต่ดิฉันอายุ 12 ปี เป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ ตอนรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ถูกรัฐประหาร ดิฉันอายุ 20 ปี เรียนอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2 และตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกรัฐประหาร ดิฉันอายุ 28 ปี เริ่มทำงาน ในฐานะของผู้เฝ้ามอง รับรู้เสมอมาว่า เส้นทางของพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะแม้จะเป็นเพียงผู้เฝ้ามอง ไม่เคยมีส่วนร่วมอะไรกับรัฐบาลใด ยังได้รับผลกระทบมากมาย” แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ‘หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย’ กล่าวบนเวที ‘ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม’ ถึงมุมมองต่อความเคลื่อนไหว ประวัติและที่มาของบ้านหลังใหญ่พรรคเพื่อไทย

ในระหว่างที่ดิฉันเติบโตจากเด็กวัย 12 สู่ผู้ใหญ่ วัยแม่คนแล้วในวันนี้ พรรคเพื่อไทยบ้านของเรา ก็เติบโต เปลี่ยนแปลง และต้องเจออุปสรรคใหญ่มากมาย ล้มแล้วก็ลุกขึ้นอีก ถูกทำให้ล้มอีกครั้งก็ยังลุกขึ้นอีก และยังพร้อมสู้จนถึงทุกวันนี้

มีใครหลายคน หล่นหายไปตามเส้นทาง หลายคนพบบ้านใหม่ที่ปลอดภัยกว่า บางคนก็อาจจะทนบาดแผลความเจ็บปวดไม่ไหวก็หายไปบ้าง แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คน ที่ยังอยู่ตรงนี้

“ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านมากๆ ที่ยังอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันกับเรา ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมา ทุกท่านเป็นแรงสนับสนุนที่ทำให้พรรคเพื่อไทยมีวันนี้” แพทองธาร กล่าวย้ำ

ตลอด 23 ปีบนเส้นทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ประสบการณ์คือต้นทุนที่สำคัญที่สุดที่เรามี   และขอพูดอย่างภาคภูมิใจว่า เรามีมากกว่าพรรคอื่นๆ มาก

เราเป็นรัฐบาลที่ผลิตนโยบายและทำจนสำเร็จได้

เราเป็นรัฐบาลแรกที่จัดตั้งได้โดยพรรคการเมืองเดียวและอยู่ครบวาระ และหลังจากนั้นก็ยังชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทลายจนเป็นประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ

.

ไม่ว่าเราจะทำเรื่องประสบความสำเร็จมากมายแค่ไหน เราก็เป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง แต่ข้ดผิดพลาดนั้นไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็เป็นประสบการณ์ให้เราได้เรียนรู้ เพื่อทำให้ปัจจุบันและอนาคต ดีกว่าในอดีต

จากประสบการณ์ของรัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาลพลังประชาชนและรัฐบาลเพื่อไทย ส.ส.ทุกคน

ตลอดจนทีมงานเบื้องหลัง ทำให้ดิฉันได้รู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่พรรคเพื่อไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับตัวให้ทันกับความต้องการของพี่น้องประชาชน เหมือนที่รัฐบาลจากครอบครัวเราได้ทำเอาไว้ในแต่ละยุค

เราจะต้องเปลี่ยนแปลงพรรคเพื่อไทย ให้เป็นเพื่อไทยในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า DNA ที่ดีแบบเดิมจะต้องเก็บไว้ ที่สำคัญคือเราจะไม่มีทางลืมประชาชนที่สนับสนุนเราตั้งแต่วันแรกของไทยรักไทยจนถึงวันนี้ เรายังตระหนักถึงความทุกข์ความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนอยู่เสมอ ฤดูกาลของต้นไม้ ต้นใหญ่ ต้นเดิม ได้มาถึงแล้ว เราจะต้องอยู่อย่างแข็งแกร่งและอยู่รอด เพื่อเป็นความหวังเดียวของพี่น้องประชาชนอีกครั้ง

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เราได้กำหนดเป้าหมาย 2 ข้อ

เป้าหมายแรก – ต้องสร้างการมีส่วนร่วมในการทำงาน ของคนทุกเจเนอเรชั่นใต้ร่มเพื่อไทย

การสร้างการมีส่วนร่วมมีความสำคัญ เพราะแต่ละเจเนอเรชั่นจะมีมุมมองที่แตกต่างกัน การสร้างสภาพแวดล้อมให้สามารถทำงานร่วมกันได้นั้น จะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ และหาจุดร่วมตรงกลาง เพื่อสนองความต้องการของทุกรุ่นให้ได้มากที่สุด

.

การศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า ถือเป็นตัวอย่างของความสำเร็จจากการร่วมมือของคนหลายรุ่น ที่มีความถนัดที่แตกต่างกัน พรรคเพื่อไทยมีบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการเป็นรัฐบาลจริง และมีบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีมุมมองความสนใจที่หลากหลาย การจับคนทั้งสองกลุ่มนี้มาเจอกัน คือการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งที่เรามีและพัฒนาจุดอ่อนที่เราขาดอย่างเป็นรูปธรรม

และการศึกษานโยบายผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า เป็นมิติใหม่ที่สำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทย ที่ยังคง DNA เรื่องปากท้องความเป็นอยู่พี่น้องประชาชน พร้อมเพิ่มมิติทางด้านอัตลักษณ์ให้กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ระหว่างลดรายจ่ายประชาชนและสนับสนุนความเสมอภาคทางเพศ ว่าทั้งสองอย่างรวบรวมเข้าด้วยกันได้ภายใต้นโยบายเดียว

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังมีอีกหลายโครงการ หลายนโยบายที่กำลังศึกษาภายใต้โมเดลการทำงานของคนหลายรุ่น รอเวลาที่เหมาะสมในการเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ

เป้าหมายที่สอง – จะต้องจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ระบอบเผด็จการต้องหมดไป แม้อาจดูเป็นเป้าหมายที่ไกลตัวในเวลานี้ แต่มันไม่เกินไปแน่นอน หากเราได้เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อถึงเวลาเราจะต้องพร้อม

พรรคเพื่อไทยจะต้องชนะการเลือกตั้งและเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายให้ประเทศชาติเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพราะหากไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ไม่ว่านโยบายจะดีแค่ไหนเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย ซึ่งนโยบายของเราจะเป็นการเติมเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชนแบบมีเกียรติ มีความภาคภูมิใจ ให้รู้สึกว่าการเกิดเป็นคนไทยเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ และอำนาจรัฐเท่านั้นที่จะเป็นทางออกของพวกเราทุกคนในเวลานี้ เพราะฉะนั้นเราต้องร่วมมือกัน

การที่จะบรรลุเป้าหมาย เราได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน ทั้งการสนับสนุนและแรงผลักดันต่างๆ จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายเดียวกัน พรรคเพื่อไทยอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีส่วนรวมให้มากที่สุด ทุกความคิดเห็น ทุกการสนับสนุนล้วนเป็นเรื่องสำคัญ นั่นจึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ครอบครัวเพื่อไทย

ในสมัยไทยรักไทย เรามีสมาชิกพรรคจำนวนกว่า 14 ล้านรายชื่อ ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา แต่เมื่อเกิดการยุบพรรคสมาชิกทั้งหมดถูกยุบไปด้วย เมื่อมีการรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ทำให้การมีส่วนร่วมระหว่างพรรคการเมืองและพี่น้องประชาชนห่างกันไปอีก โดยกำหนดเงื่อนไขเรื่องตัวเงินเข้าไป

“วันนี้พรรคเพื่อไทยได้สร้างกิจกรรม ‘ครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม’ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนโดยไม่ผูกมัดและไม่มีเงื่อนไขทางกฎหมาย เป็นการสมัครฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะบรรลุผลเป้าหมาย ‘ชนะการเลือกตั้งแลนสไลด์’ เราอยากมีรัฐบาลที่ขจัดความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ ขจัดความสิ้นหวัง มองไม่เห็นอนาคต เรามาร่วมเป็นครอบครัวเพื่อไทยกันนะคะ ที่ผ่านมาเราเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เราต้องการจะสู้ศึกเลือกตั้งอีกครั้ง และ 14 ล้านเสียงของพรรคไทยรักไทยในวันนั้น จะต้องเกิดขึ้นอีกครั้งกับพรรคเพื่อไทยในวันนี้

หากพ่อแม่พี่น้องท่านใดต้องการสนับสนุนพรรคเพื่อไทย อยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเพื่อไทย อยากมีส่วนร่วมกับพรรคเพื่อไทย ก็สามารถเข้าร่วมกับครอบครัวเพื่อไทยได้ โดยสมัครผ่านการแอดไลน์ Official : pheuthaiparty

“บ้านหลังใหญ่หลังนี้ ขอต้อนรับทุกท่านด้วยหัวใจดวงเดิม ไม่ว่าท่านจะอยู่กับเรามานานแล้วหรือพึ่งเข้ามาอยู่ก็ตาม เราจะอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว จะสู้ต่อไปอย่างเข้มแข็งและเราจะไม่ทิ้งกัน” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวย้ำ

มาร่วมเป็นครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่หัวใจเดิม กับเราได้ที่ LINE OA เพื่อไทย: https://lin.ee/lOrhxhc

บทความที่เกี่ยวข้อง